Home Surf Equipment อุปกรณ์ 5 ครีมกันแดด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

5 ครีมกันแดด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

by admin

5 ครีมกันแดด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

5 ครีมกันแดด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนึ่งในไอเทมสำคัญที่คนรักกิจกรรม ทางน้ำ จะขาดไปไม่ได้ เลยนั่นก็คือ ครีมกันแดด ทั้งนี้เพราะว่าในความเป็นจริงแล้วรังสี UV นั้นมักจะแฝงตัวและมีอยู่แทบทุกที่ นอกจากนี้ หลายๆคนก็น่าจะรู้กันอยู่แล้วว่า เพียงแค่ก้าวเท้า ออกนอกตัวอาคาร ก็จะรับรู้ได้ถึง ความร้อนและรังสีที่แผดเผาของแดดประเทศไทยกันเป็นอย่างดี ดังนั้นแล้วการจัดทำกิจกรรมทางน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ทะเล ซึ่งส่วนใหญ่แล้วบริเวณชายหาดนั้น ก็มีกจะมีทั้งลมทะเล และแสงแดดที่เจิดจ้ากว่าปกติ นอกจากนี้ ยังต้องรับแสงที่ส่งสะท้อนมาจากผืนน้ำอยู่ตลอดเวลา รวมไปถึงการรับไอร้อนจากสายบริเวณชายหาดที่ระอุตลอดทั้งวัน ทำให้การทำกิจกรรมบริเวณนี้ ถือเป็น พื้นที่ที่สามารถทำอันตรายต่อผิวของเราได้เป็นอย่างมาก ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ทั้งนี้หากไม่ทากันแดดสำหรับไปทะเล เพื่อให้ผิวได้รับการป้องกันอย่างถูกวิธีแล้วแล้วล่ะก็รับรองได้เลยว่า  เมื่อปล่อยปละละเลยไปนานๆ ผิวจะเสียสะสม จนกู่ไม่กลับอย่างแน่นอน

สำหรับคนที่ชื่นชอบกิจกรรมทางน้ำแล้ว ปัจจุบันนี้ จะเห็นได้ว่า มี แบรนด์ต่างๆมากมายที่ผลิตครีมกันแดดสำหรับชาว Surfer ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ทำลายปะการัง หรือเรียกอีกชื่อว่า ครีมกันแดด Reef-Save ออกมาวางขาย เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้เหล่านักกิจกรรมทางน้ำ  อยากดูแลผิวไปพร้อมๆ กับการอนุรักษ์ท้องทะเล ให้สามารถหาเลือกซื้อมาใช้กันได้อย่างสบายใจ

ทั้งนี้สำหรับใครที่กำลังมองหา ครีมกันแดดทาหน้า และทาตัว ดีๆสักชิ้น ที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดริมทะได้ แต่ยังไม่รู้ว่าจะเลือก ครีมกันแดด ไม่ทำร้ายปะการัง ยี่ไหนดี ปี 2023 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในท้องทะเล อยู่ล่ะก็ วันนี้เรามี 5 แบรนด์ครีมกันแดดไปทะเล 2023  ดีๆ ที่ไม่ทำร้ายปะการัง และสิ่งมีชีวิตในทะเลมาแนะนำกัน ซึ่งรับรองได้เลยว่า นอกจากจะปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมั่นใจได้ ครีมกันแดดที่เลือกใช้นั้น จะไม่ส่งผลเสียต่อท้องทะเลที่สวยงามอย่างแน่นอน

  1. ครีมกันแดดแบรนด์ SUPERGOOP! รุ่น PLAY Everyday Lotion SPF 50 with Sunflower Extract

ราคาเริ่มต้นที่: 940 บาท

ค่า SPF: 50

ระยะเวลาในการใช้งาน: 6-8 ชั่วโมง

คุณสมบัติเด่น: เป็นครีมกันแดดที่ราคาย่อมเยา และใช้งานได้ดี โดยมีส่วนผสมที่ หลักจากธรรมชาติ ที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ เป็นคราบสามารถ ซึมซับเข้าสู่ผิวได้ไว ทำให้ทาง่าย นิกจากนี้ยังมีค่า SPF สูงถึง 50 อีกทั้งยังช่วยป้องกันรังสี UV ได้ทั้ง UVA, UVB  รวมถึงรังสี Violet อีกด้วย


  1. ครีมกันแดดแบรนด์ Rereef รุ่น Reef-Safe Sunscreen SPF50 PA+++

ราคาเริ่มต้นที่: 349 บาท

ค่า SPF: 50 PA+++

ระยะเวลาในการใช้งาน: 5-7 ชั่วโมง

คุณสมบัติเด่น: เป็นครีมกันแดดที่ ใช้ส่วนผสมหลัก เป็น วัตถุดิบ ในธรรมชาติ และผ่านการรับรอง จากมาตรฐานระดับสากลว่าไม่เป็นอันตรายต่อปะการังในท้องทะเล นอกจากนี้ ยังสามารถ ปกป้องผิว จากแสงแดดและน้ำทะเล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมกันนี้ยังมี ส่วนผสมของสารบำรุง อย่างวิตามิน ที่จะช่วย บำรุง ผิว ไปในตัว อีกด้วย


  1. ครีมกันแดดแบรนด์ P.O.CARE รุ่นAloe Advance Moisturizing Mineral Sunscreen SPF50+ PA++++

ราคาเริ่มต้นที่: 419 บาท

ค่า SPF: 50+ PA++++

ระยะเวลาในการใช้งาน: 6-8 ชั่วโมง

คุณสมบัติเด่น: ผ่านการรับรอง มาตรฐานระดับสากลว่า ไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อปะการัง นอกจากนี้ยังเป็นครีมกันแดดที่ ทาง่ายซึมไว ไม่เป็นคราบ หรือเหนียวเหนอะหนะ ใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว  โดยสามารถ ปกป้องผิวจากแสงแดด และกันน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึง มีค่าการป้องกันรังสี UV ได้ทั้ง UVA1 UVA2 และ UVB นอกจากนี้ ยัง ปกป้องผิวจากมลภาวะทางอากาศ อย่าง PM 2.5 ได้อีกด้วย


  1. ครีมกันแดดแบรนด์ Anessa รุ่น Perfect UV Sunscreen Skincare Spray N SPF50+/PA++++

ราคาเริ่มต้นที่: 590 บาท

ค่า SPF: 50+ /PA++++

ระยะเวลาในการใช้งาน: 6-8 ชั่วโมง

คุณสมบัติเด่น: เป็นครีมกันแดดในรูปแบบสเป ทำให้สามารถใช้งาน ได้ง่าย เพียงแค่พ่นลงบนผิว อีกทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่บางเบาและ ซึมซับ เข้าสู่ผิว ได้ ไว กว่าครีมกันแดด ที่เป็น แบบเนื้อโลชั่น โดยสามารถใช้ได้ทั้งบริเวณผิวกายและผิวหน้า รวมไปถึงการใช้ในระหว่างวัน ทับบน make up

โดยครีมกันแดดรุ่นนี้ ถูกพัฒนาขึ้นด้วยเทคโนโลยี ในรูปแบบเฉพาะของแบรนด์ Anessa ทำให้สามารถเกาะติดอยู่กับผิว ได้อย่างยาวนาน และช่วยกันน้ำกันเหงื่อ ป้องกันไม่ให้เนื้อครีมกันแดดหลุดออก รวมถึงบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ในระหว่างวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังผ่านการรับรองจาก มาตรฐานในประเทศญี่ปุ่นว่า จะไม่ระคายเคืองต่อผิวรวมถึงเป็นอันตรายต่อปะการังในท้องทะเลอีกด้วย


  1. ครีมกันแดดแบรนด์ NIVEA รุ่น Sun Protect And Moisture Body SPF50+ Pa+++

ราคาเริ่มต้นที่:  459 บาท

ค่า SPF: 50+ /PA++++

ระยะเวลาในการใช้งาน: 6-8 ชั่วโมง

5 ครีมกันแดด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

คุณสมบัติเด่น: เนื้อครีมทาง่ายซึมไว สามารถ ทาแล้วออกแดดได้ทันทีโดยไม่ต้องรอระยะเวลา 15-20 นาทีเหมือนครีมกันแดด บางรุ่น นอกจากนี้ยังสามารถ ป้องกันรังสี UV ได้อย่างครอบคลุม ทั้ง UVA1 UVA2 และ UVV รวมถึงปกป้องผิวจากแสงแดดและมวลมลภาวะโดยรอบได้เป็นอย่างดี  ช่วยป้องกันเหงื่อและน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกยังช่วยดูแลผิวให้คงความชุ่มชื่น อยู่ได้ เป็นระยะเวลา สูงสุดถึง 48 ชั่วโมง


ทำไมเราจึงควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายปะการัง สำหรับการใช้งานเพื่อกิจกรรมทางทะเล?

เพราะโดยทั่วไปแล้วครีมกันแดดนั้น มักจะมีส่วนผสมของสารเคมีอยู่หลายชนิดด้วย ซึ่งในเวลาปกติทั่วไปนั้น ส่วนใหญ่ผู้คนก็จะจะเลือกดูที่ค่า SPF และ สรรพคุณอื่นๆ ในการดูแล ป้องกันผิวจากแสงแดด แต่ทว่าในการเลือกครีมกันแดด เพื่อทาสำหรับการทำกิจกรรมทางทะเลยนั้น  นอกเหนือไปจากสรรพคุณและค่า SPF ที่ จะต้องใส่ใจแล้ว อีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่ควรจะต้อง ตระหนักถึงอยู่เสมอนั่นก็คือ  ตัวของครีมกันแดดที่ทานั้น จะต้องเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและ ไม่ควรจะมีส่วนผสมของสารเคมี ที่เป็นมลพิษและสร้างอันตรายต่อท้องทะเล  ทั้งนี้ก็เพื่อให้การดูแลผิวของเรานั้น ไม่เพียงแต่ใจให้ประโยชน์ต่อตัวเราเพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่เป็นการไปรบกวนหรือทำลายวงจรการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิต ชนิดอื่นๆอีกด้วย

 

5 ครีมกันแดด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 


You may also like

Leave a Comment